ทำไมคนถึงจะเข้าวัดมาก!!
ธรรมดาของสัตวโลกทั้งหลาย ที่ไหนสบาย เขาจะไป ที่นั่นใช่ไหม ปลาเจอน้ำเย็นๆ มันก็ไป ที่สงบๆ มันก็ไปอยู่ ที่ไหนสบายๆ มันก็ไปอยู่ เสือที่ไหนมันมีป่ารกๆ มันก็ชอบอยู่ที่นั่น นกก็เหมือนกัน ต้นไม้ไหนมีผลไม้ดก แล้วมีกิ่งก้านใหญ่ๆ นะ มันก็ชอบอยู่ที่นั่น หลักจริงๆ คือ ที่ไหนสบายก็อยากจะไป ดังนั้นถ้าหากอยากจะให้คนเข้าวัดมากๆ ต้องทำวัดให้สบาย พอทำให้สบาย คนก็เข้าวัดมากเอง จริงไหม นี่คือพื้นฐาน
จะทำอย่างไร ให้วัดเป็นที่สบาย
พระพุทธเจ้าท่านบอกเอาไว้แล้วว่า มีอยู่ ๔ อย่าง เรียกว่า สัปปายะ ๔ มีดังนี้
๑. อาวาสเป็นที่สบาย
๒. อาหารเป็นที่สบาย
๓. บุคคลเป็นที่สบาย
๔. ธรรมะเป็นที่สบาย
๔ อย่างนี้เรียงจากหยาบไปหาละเอียด จากตื้นไปหาลึก แต่ใน ๔ อย่างนี้ ที่ต้องให้ความสำคัญอันดับแรก คือ ธรรมะต้องเป็นที่สบาย
พอธรรมะเป็นที่สบายแล้ว ต่อไปเป็นบุคคลเป็นที่สบาย อาหารเป็นที่สบาย อาวาสเป็นที่สบาย ลำดับความสำคัญนับจากละเอียดไปหาหยาบ ดูอย่างของสิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาะของเขาทรัพยากร แทบไม่มีอะไรเลย แต่บุคคลของเขามีระเบียบวินัย เขาฝึกมาดี ปลูกฝังอบรมมาดี มีเป้าหมาย เพราะฉะนั้นประเทศของเขาจึงเจริญรุ่งเรือง
อาหารก็เช่นกัน จะไปอยู่ที่ไหนก็ตาม ถ้าหากว่าอาหารดีๆ อร่อยๆ อยู่ใกล้ๆ ตลาด คนจะไปอยู่เยอะเลย ใช่ไหม เพราะหากินง่าย ซื้อง่าย จะไปอยู่ที่นั่นกันมาก อาวาสอาจจะอยู่แออัดคับแคบ แต่ว่าอาหารเป็นที่สบาย ก็พออยู่กันได้ อาวาสมาเป็นลำดับสุดท้าย
๑. หลักการสร้างวัดให้เป็นที่สบายคืออะไร
วันนี้จะขอพูดเรื่องของอาวาสเป็นที่สบาย เพราะว่าโดยหน้าที่ ที่หมู่คณะหรือ พระเดชพระคุณหลวงพ่อมอบหมายให้มาแต่แรก คือ เรื่องของการก่อสร้าง งานก่อสร้าง งานจัดทำอาวาส ดังนั้นผมขอมาพูดเรื่องที่ตื้นที่สุด คือ เรื่องของอาวาสเป็นที่สบาย
อาวาสหมายถึง ทำเล ถิ่น อาคาร เป็นต้น รวมหมดเลยครับ เรามาพูดหลักการ กว้างๆ ก่อนนะครับ
อาวาสเป็นที่สบาย มีลักษณะเป็นอย่างไร ต้องอยู่ในถิ่นที่เหมาะสม ถ้าลองไปดูมงคลสูตร ปฏิรูปเทส ถิ่นที่เหมาะสม คือ ไม่เป็นพิษ ไม่มีควันพิษ ไม่มีไอเสีย อากาศสบาย มลพิษทางด้านกลิ่นไม่มี กลิ่นเหม็นไม่มี ไม่มีน้ำเน่า น้ำครำบริเวณนั้น หรือ ฝุ่นจากโรงงาน หรือ ที่เป็นอันตรายทั้งหลาย ภูเขาไฟไม่มี แผ่นดินไหวไม่มี เหล่านี้ คือ ถิ่นที่เรียกว่าสบาย เป็นสิ่งแวดล้อมที่ดี
เรื่องสิ่งแวดล้อมที่ดีใกล้ๆ วัดที่ๆ เราจะไปอยู่ ต้องไม่ใช่แหล่งค้าประเวณีอย่าง พัทยา มีอาบอบนวด ไนต์คลับ สิ่งต่างๆ เหล่านี้มีเยอะ เราไปอยู่ที่นั่น พระหนุ่มเณรน้อยอยู่ไหวไหม นั่นคือสิ่งแวดล้อมเป็นพิษเหมือนกันนะ ไม่ดีอีกเหมือนกัน
ไปอยู่ใกล้โรงฆ่าสัตว์ก็ไม่ดีอีก ไปอยู่ใกล้สนามซ้อมยิงปืน วันดีคืนร้ายขึ้นมา ลูกกระสุนปืน พัดหลงมา ใครจะไปรู้ ใช่ไหม ไปอยู่ใกล้สถานที่เก็บสารพิษ เก็บวัตถุไวไฟ หากเกิดการรั่วไหล เกิดการระเบิดขึ้นมา วัดหายไปครึ่งหนึ่ง นั่นก็อันตรายเหมือนกัน นี่คือสิ่งแวดล้อมไม่ดี
วัดที่ดีจะต้องมีลักษณะแบบวัดเชตวัน ในสมัยพุทธกาล ดังนี้
๑. กลางวันไม่พลุกพล่าน
๒. กลางคืนเงียบสงบ
๓. ไม่อยู่ห่างจากหมู่บ้านจนเกินไป
ลักษณะของวัดเชตวัน จะเป็นลักษณะที่ดี
ญาติโยมจะมาวัด มาได้ง่าย ไปมาได้สะดวก เวลาพระเณรเราจะไปบิณฑบาต ไม่ต้องไปไกล เดินไปกลับสัก ๔-๕ กิโล อย่าให้เกินกว่านั้น พอไหว ถ้าเกินกว่า ๔-๕ กิโลเมตร ก็มากไป
๒. การนำหลักอาวาสเป็นที่สบายมาใช้สร้างวัดพระธรรมกาย
ตอนที่มาสร้างวัดพระธรรมกาย สมัยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓-๒๕๑๔ ตรงนี้เป็นท้องนาหมด มีหมู่บ้านคนเป็นหย่อมๆ ถนนจากถนนใหญ่พหลโยธิน มาถึงวัดเรายังเป็นทางลูกรังอยู่ จากกรุงเทพฯ มาถึงที่นี่ ตอนนั้นพวกผมอยู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ที่นั่นมีตึกเยอะ แล้วคนศรัทธาพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยมาก ที่ทางมันเลยแคบ จึงขยายออกมา มีคนมาถวายที่ดินตรงนี้ ที่ ๑๙๖ ไร่ ไม่หางไกลจากกรุงเทพฯ เท่าไหร่
กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย คนระดับมันสมองของประเทศ ก็อยู่ที่นี่ มาก กรุงเทพฯ เป็นหัวกะทิของประเทศ ศูนย์การศึกษาก็มาอยู่ที่กรุงเทพฯ ราชการทั้งหมดอยู่ที่กรุงเทพฯ ถ้าหากเราจะทำศาสนาพุทธให้เจริญ ต้องอย่าอยู่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ จนเกินไป
๑. ทำขอบเขตที่วัดให้ชัดเจน
ที่ดินที่ได้มา ก็เป็นที่ท้องนา สิ่งแวดล้อมที่เป็นมลพิษ มลภาวะไม่มี ก็มาดูขอบเขตที่ดิน พอได้ที่ดินมาก็ทำขอบเขตให้ชัดเจนเลย หน้าวัดอยู่ตรงนี้ ซ้ายสุดอยู่ตรงนี้ ขวาสุดอยู่ตรงนี้ ตะวันออกตรงนี้ ตะวันตกตรงนี้ ขอบเขตชัดเจน ขุดคู ตั้งคันคู ขุดร่องน้ำชัดเจน ปลูกต้นไม้ พอมองดูเห็นเขียวๆ เป็นที่ของวัด จากท้องนา เขตวัดอยู่ตรงนั้น ญาติโยมมาถึงมาดู อ้อ เขียวๆ นั่นนะของวัด วัดที่หลวงพ่อจะสร้าง ที่พวกเราจะมาช่วยกันสร้าง มันกว้างมันยาวแบบนี้ ขอบเขตตอนนี้ เป็นปริมณฑลชัดเจน
๒. กำหนดรูปแบบอาคารตามความจำเป็น
พอได้ขอบเขตชัดเจนแล้ว ที่สำคัญ จำไว้อย่างหนึ่งว่าอาคารที่เกิดขึ้นมา ต้องเกิดขึ้นเพราะความจำเป็นที่จะใช้ อย่าสร้างขึ้นมาเพราะมันดูหรูหรา หรือว่ามันสวยดี สิ่งเหล่านี้ ทำให้เราเกิดภาระในการดูแลรักษา ดังนั้นอาคารของวัดพระธรรมกายทุกหลัง เกิดมาเพราะความจำเป็นที่จะใช้เท่านั้น
๓. แบ่งพื้นที่พุทธาวาส ธัมมาวาส สังฆาวาส
เมื่อได้อาคารจำเป็นขึ้นมาแล้ว ก็กำหนดขอบเขต ทำแผนแม่บท หรือ มาสเตอร์-แปลน ทำแผนแม่บทขึ้นมาในวัดของเรา เขตไหนเป็นพุทธาวาส เขตไหนเป็นเขตธัมมาวาส เขตไหนเป็นเขตสังฆาวาส กำหนดให้ชัดเจนไปเลย แบ่งแนวให้ชัดเจน
เขตพุทธาวาส เป็นเขตที่จะใช้ประกอบพิธี ทำพิธีทางสงฆ์ หรือเวลาญาติโยมจะมากราบพระประธานในโสถ์ ก็ทำได้สะดวก
เขตธรรมาวาส เป็นเขตที่แสดงธรรม เป็นเขตแสวงบุญของญาติโยม ญาติโยมจะเข้ามาที่นี่ได้ง่าย สะดวก และกว้างขวางสามารถรองรับญาติโยมได้
เขตสังฆาวาส เป็นเขตที่อยู่ของพระ ต้องสงบ ต้องเป็นส่วนตัว ให้ญาติโยมสีกา มาเดินเพ่นพ่านไม่ได้ ต้องกันเอาไว้ คนไม่มีธุระไม่ให้เข้า พระจะนั่งเจริญภาวนา จะทำภารกิจ บางทีนุ่งสบง ใส่อังสะตัวเดียว กวาดลานวัดอยู่ไม่พร้อมที่จะพบกับญาติโยม จึงต้องกันไว้เป็นสัดส่วน
โดย : พระครูปลัดภูเบศ ฌานาภิญโญ

Advertisements