ธรรมกาย!! ศรัทธา หรือ งมงาย

มีกระแสวิพากษ์วิจารย์กันอย่างตลอดต่อเนื่องกับวัดดังวัดใหญ่วัดพระธรรมกาย
มันเกิดอะไรขึ้น?
ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น?
ศรัทธา หรือ งมงาย หรืออย่างไร?

เมื่อคิดในมุมมองของคนที่ไม่เข้าใจ หรือถึงขั้นต่อต้านการทำงานของวัดพระธรรมกาย เค้าก็คงคิดว่าคนที่เข้าวัดนี้ทำไมช่างโง่งมงายได้ขนาดนั้น ปล่อยให้เขาหลอกอยู่ได้ ถึงกับขายบ้านขายรถซื้อบุญขึ้นสวรรค์กันเลยเหรอ ทำบุญมากเกินไปมั๊ย ฯลฯ

ถ้าลองคิดในมุมมองของคนกลางๆ ที่ไม่ได้เข้าวัด แต่ไม่ถึงกับต่อต้าน เค้าก็คงคิดว่า วัดนี้มีอะไรดี? ทำไมจึงมีคนศรัทธามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่กระแสข่าวไม่ดีออกมาตลอด แต่ฟังแล้วก็เฉยๆ อาจจะมีเผลอหลุดปากด่าว่าวัดไปบ้าง พอได้ติดเป็นวจีกรรมไป

ลองมาดูความคิดของผู้ที่ศรัทธาอย่างเหนียวแน่นดูบ้าง ทำไมคนที่มาเข้าวัดหลายๆ คน ถึงได้มาอย่างตลอดต่อเนื่องสม่ำเสมอ
เป็นเพราะอะไร?
ตอบง่ายๆ ก็เป็นเพราะว่าเขาได้ปฏิบัติตามคำสอนของหลวงพ่อพระเทพญาณมหามุนี(เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย) แล้วเห็นผลจริงด้วยตัวเอง

บางคนนั่งสมาธิแล้วได้เข้าถึงองค์พระธรรมกายภายใน พบความสุขที่แท้จริง ซึ่งจะแตกต่างกับความสุขจากกามคุณอย่างสิ้นเชิง จนสามารถเป็นพยานการเข้าถึงธรรมได้
บางคนเข้าถึงดวงธรรมภายใน
บางคนนั่งแล้วพบแสงสว่างภายใน
บางคนตัวยืดตัวขยายตัวหดตัวหาย
บางคนตัวโล่งโปร่งเบาสบาย
บางคนมาวัดแล้วสามารถรักษาศีลได้บริสุทธิ์ ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
บางคนมาวัดแล้ว ธุรกิจการงานเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ จึงมีเงินมาทำบุญมากขึ้น
บางคน ลูกชายมาบวชแล้ว เปลี่ยนจากเด็กเกเรกลายเป็นเด็กดีขึ้น
บางคน ลูกสาวมาปฏิบัติธรรม เข้าค่ายอบรมต่างๆ แล้วชีวิตเปลี่ยนไป อารมณ์เย็นลง หงุดหงินน้อยลง มีสติในการเรียนมากขึ้น รักษาศีลห้าได้
บางคน เจอปาฏิหารย์ รอดตาย หายป่วย รวยเรื้อรัง ด้วยบารมีหลวงปู่ หลวงพ่อ คุณยาย
บางคน เจอประสบการณ์นอกเหนือจากนี้ก็มีอีกเยอะ ฯลฯ

ต่างคนต่างประสบการณ์ เมื่อคนหลายๆ บาง มารวมกันก็ทำให้มากขึ้นได้ เหมือนเอากระดาษแผ่นบางๆ มาซ้อนกันมันก็หนาขึ้นเรื่อยๆ หรือเอาคนบางๆ มาอยู่ร่วมกันหลายคน ก็กลายเป็นคลื่นมหาชนที่ยิ่งใหญ่ได้

เมื่อครั้งที่วัดถูกโจมตีจากผู้ไม่หวังดีนานเป็นปี แทนที่วัดจะถูกปิด กลับยิ่งทำให้เกิดศรัทธาใหม่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเพราะอะไร? ก็เป็นเพราะศรัทธาที่มีอย่างเหนียวแน่น และทุกคนมีใจเป็นหนึ่งเดียวกัน ว่าอย่างไรว่าตามกัน สามัคคี คือหัวใจของการเอาชนะอุปสรรคทั้งปวง มีบ้างสำหรับผู้ที่รู้สึกหวั่นไหวและจากไป ก็เป็นเรื่องธรรมดา เหมือนพายุใหญ่พัดมากระทบต้นมะม่วง แต่ลำต้นก็ต้านแรงลมไหว ส่วนใบหรือกิ่งไหนที่ไม่แข็งแรงก็ร่วงหล่นไปตามแรงลม ส่วนที่แข็งแรงก็ยังอยู่เหมือนเดิม

เป้าหมายชีวิตและมโนปณิธานที่หลวงพ่อท่านสอน และได้ปฏิบัติกันมาอย่างตลอดต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน คือ เราเกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี เพื่อที่จะปราบมารประหารกิเลส ให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ รื้อสัตว์ขนสัตว์ไปจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม สรุปง่ายๆ ก็คือ เราจะสร้างบารมีรื้อสัตว์ขนสัตว์กันจนกว่าทุกชีวิตจะหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดนั่นแหล่ะ

เมื่อเป้าหมายใหญ่ระดับโลก การสร้างวัดใหญ่ระดับโลก ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ไม่ยากเกินกว่าที่จะทำความเข้าใจ ตรรกะง่ายๆ แค่นี้เอง

ศรัทธา ต้องประกอบด้วยปัญญา จึงจะสามารถเอาชนะกิเลสในใจตน หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงได้

สุดท้ายนี้ ก็ขอให้ผู้ที่มาถึงวัดแล้ว ได้ตั้งใจฝึกฝนอบรมตนเองให้ยิ่งๆ ขึ้นไป กลั่นกาย วาจา ใจของตนให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเข้าถึงที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง คือพระธรรมกาย
ส่วนผู้ที่ยังมาไม่ถึง ให้ลองมาศึกษาดู ใช้ปัญญาของตัวเองมาพิสูจน์ให้เห็นจริงรู้จริงด้วยตาของตัวเอง อย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่เขาเล่าต่อๆ กันมา เพราะนั่นไม่ใช่วิสัยของผู้ที่มีปัญญา ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนเกี่ยวกับกาลามสูตรไว้ชัดเจนดีแล้ว

สำหรับคนที่เคยกล่าวจาบจ้วงวัดเอาไว้ เมื่อถึงเวลาความจริงทุกอย่างปรากฏ และวิบากกรรมนั้นตามมาส่งผล ทำให้ชีวิตต้องพบกับความทุกข์ต่างๆ นานา ทำมาหากินไม่ขึ้น ก็ต้องแก้ด้วยการมากราบขอขมาลาโทษกันนะ

หลวงพ่อท่านไม่เคยถือโทษหรือกล่าวโทษใคร ท่านมีแต่ความรักและความเมตตาปรารถนาดี ที่อยากจะให้พวกเราทุกคนได้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวงอย่างสิ้นเชิง

ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายจงมีความสุขเทอญ

กล้าตะวัน…
#เพจตะวันธรรม

Advertisements