ธรรมกายทำอะไรก็มีอุปสรรค!! การเผยแผ่ในต่างประเทศก็เช่นกัน…

คุณว่า อะไร?? ที่จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนจีน (ชาวพุทธ) สิงคโปร์ เหล่านี้มายืนเรียงแถวรับ-ส่งอาหาร หวังเพื่อมีส่วนในบุญที่จะเกิดขึ้นในการถวายภัตตาหารแด่พระคุณเจ้าฯ ในมื้อเที่ยงของวันหนึ่ง 

และคุณว่า การปลูกศรัทธาในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทในประเทศสิงคโปร์ ประเทศที่มีความหลากหลายความเชื่อ เชื้อชาติ ต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง??

สิงคโปร์ประเทศเล็กๆ ที่มีอายุเพียง 52 ปี มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ทั้งจีน มาเลย์ อินเดีย ฝรั่งมังค่า ฯ อาศัยอยู่ร่วมกัน ทางศาสนาก็มีทั้งคริสต์ อิสลาม ฮินดู พุทธ ฯ หลากความเชื่อ เฉพาะพุทธเองก็มีหลายนิกาย (มหายาน เถรวาท วัชรยาน ฯลฯ) งั้นการเผยแผ่พระศาสนานิกายเถรวาทนั้นไม่ง่าย

ด้วยเนื้อที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด สิงคโปร์บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

เช่นเดียวกับสถานที่เพื่อการปฏิบัติธรรม ใครสักคนจะหาที่นั่งสมาธิในสิงคโปร์แห่งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยค่าครองชีพที่สูงลิบ การบริหารจัดการที่ดิน แหล่งที่อยู่อาศัยที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้การสร้างวัดพุทธที่เน้นการปฏิบัติธรรม ก็เป็นเรื่องที่ยากเป็นเงาตามตัว

ถามว่า อะไรคือสิ่งที่สร้างศรัทธา ปลูกศรัทธาให้คนจีนสิงคโปร์แห่งนี้รัก และศรัทธาในพระพุทธศาสนา?? สำหรับ Dhammakaya Center Singapore แล้ว สิ่งที่ปลูก – สร้างศรัทธาคือ “สมาธิ” และวิถีชีวิตของพระ ซึ่งก็คือความ “เรียบง่าย”

ที่นี่ในทุกวัน คนจีนสิงคโปร์จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาทำภัตตาหารถวาย พร้อมแบ่งหน้าที่ทำความสะอาดวัด ทั้งกวาด ถู เช็ด ทำความสะอาดห้องน้ำ สิ่งเหล่านี้ทุกคนล้วนทำด้วยความเต็มใจ ไม่มีเกี่ยงว่างานใคร คนไหนควรทำ

ใน 1 สัปดาห์ของที่นี่ จะมี 4 วันที่จะมีกิจกรรมนั่งสมาธิ โดยแต่ละครั้งที่มีการจัดกิจกรรมจะมีคนใหม่มาร่วมกิจกรรมเสมอ โดยคนเก่าที่เคยมาร่วมปฏิบัติธรรมนั่นเอง ซึ่งคนเก่าเองนั้นแหละที่จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล ดั่งสโลแกนที่ว่า “โดยชาวสิงคโปร์ เพื่อชาวสิงคโปร์”

ถามว่า กิจกรรมแต่ละครั้งทำอะไร? นอกจากนั่งสมาธิ ยังมีการทำวัตร สวดมนต์ ฟังธรรมด้วย ซึ่งแน่นอนพระอาจารย์ที่นี่ต้องใช้ภาษาจีน และภาษาอังกฤษได้ดี ซึ่งกว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย เพราะกว่าจะสามารถถ่ายทอดธรรมะที่ลุ่มลึกในพระพุทธศาสนาให้คนท้องถิ่นเข้าใจได้อย่างง่ายๆ นั้น  ไม่ใช่เพียงว่าแค่จบเปรียญธรรม หากต้องศึกษาภาษา วัฒนธรรม ความเชื่อของท้องถิ่นนั้น รวมถึงระเบียบกฏเกณฑ์ต่างๆ ในสังคม และกฏหมายในการสร้างสิ่งก่อสร้างด้วย

และใครบางคนอาจจะยังไม่ทราบว่า วัดพระธรรมกายไม่เคยมีนโยบายขนเงินมาสร้างวัดในต่างประเทศ หากแต่ได้ดำเนินรอยตามพระพุทธองค์ ที่ส่งพระสงฆ์สาวกมีแค่บาตรบริขาร ออกไปประกาศพระศาสนากันตามลำพังยังละแวกแคว้นต่างๆ ในสมัยพุทธกาล พระอาจารย์จากวัดพระธรรมกายไปบุกเบิกในต่างแดนก็มีเพียงย่าม 1 ใบ กับอุดมการณ์ในการบวช และความจริงใจในการเผยแผ่ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น นอกนั้นหาเอง

ดังนั้นถามว่า การจะปลูกศรัทธาในต่างแดนมันง่ายเหรอ?? โดยเฉพาะประเทศที่แตกต่างทางวัฒนธรรม ภาษา ความเชื่อ แถมบางประเทศมองคนไทยว่าคล้ายมาจากประเทศโลกที่ 3

และหากจะมีใครถามว่า เหตุใดสิ่งก่อสร้างของศูนย์สาขาวัดพระธรรมกายในต่างแดน ที่ส่วนใหญ่มีความเรียบง่ายแต่มีความสง่างามในตัวเอง? ก็เพราะว่า แก่นธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเน้นเรื่องการปฏิบัติ โดยการปลดปล่อยวางเรื่องราวภายนอกแล้ว แสวงหาสัจธรรมที่อยู่ในกลางใจกลางตัวของมนุษย์นั่นเอง ถึงไม่มีลวดลายจิตรกรรมฝาผนัง ช่อฟ้าใบระกา ก็เพราะว่า ธรรมะขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ที่หลักคำสอน และการปฏิบัติ

หรือหากอยากมองกันให้ชัดๆ ก็ลองมาปฏิบัติกันจริงๆ จังๆ อย่างน้อยสักพรรษา (จะได้มาอินเทรนกับวัดพระธรรมกายกับเขาอีกคน) จะเข้าใจหัวอกพระ วัดพระธรรมกายได้ง่ายขึ้น

ลองมองภาพให้กว้างบ้าง จะเข้าใจข้อจำกัด และอคติที่มีก็จะหมดไป เชื่อไหม?? ลองสิ!!

ขอบคุณศูนย์สาขาสำหรับการเอื้อเฟื้อข้อมูล

Advertisements