คุณยายผู้ทรงอภิญญา

 KY32
คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง

            เป็นที่ทราบกันดีในหมู่ศิษยานุศิษย์ว่าคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง แม่ชีองค์เล็ก ๆ ผอม ๆ แต่มีแววตาที่มุ่งมั่น แม้จะอ่าน เขียนหนังสือไม่ได้ แต่อาศัย ธรรมะภายในที่ศึกษามาจากหลวงปู่วัดปากน้ำ ทำให้ท่านรอบรู้สารพัดเรื่องที่อยากรู้

            เมื่อผมเข้าวัดใหม่ ๆ ได้มีโอกาสพบคุณยายอาจารย์บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเวลาที่ไปล้างห้องน้ำ ทุกครั้งเมื่อมีความรู้สึกว่ามีใครมองอยู่ข้างหลัง หันไปจะเจอคุณยายพร้อมกับประโยคเด็ดทุกครั้งว่า “คุณ ๆ คุณอยากบวชไหม ถ้าอยากบวช ต้องล้างห้องน้ำให้สะอาด”

            ความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของผมก่อนเข้าวัดแล้วคือ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมไม่เล่นการพนัน ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ชอบเป็นชีวิตจิตใจคือ การชอบเต้น หรือสมัยเป็นวัยรุ่นเรียกกันว่า ดิ้น ประเภทที่ว่าหากเข้าเธค ไม่เคยนั่ง ดิ้นได้ตั้งแต่สามทุ่มยันเธคปิดคือ ตีสาม

            มีอยู่วันหนึ่งที่ทำเอาผมสลดมาจนถึงทุกวันนี้ วันนั้นแม้ท้องฟ้าจะสดสวยและรู้สึกว่าตนเองโชคดีที่มาวัดแล้วได้เจอคุณยายอาจารย์ รีบถามท่านทันที

            “ คุณยาย ผมเองไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน แต่ทำไมผมชอบการเต้น เป็นชีวิตจิตใจ”

            คุณยายมองหน้าผมแค่แว่บเดียว โดยไม่ต้องหลับตาเลย ท่านตอบทันที ซึ่งคำตอบนั้นเองที่ทำให้ท้องฟ้าที่สดสวยวันนั้น หม่นลงไปเลยครับ ท่านตอบสั้น ๆ เบา ๆ แต่เสียง นั้นเหมือนดังไปก้องโลก ทำเอาผมเย็นจับขั้วหัวใจ

            “ มันติดจากข้างล่างหน่ะคุณ”

            จากคำตอบของคุณยายผู้ไม่รู้หนังสือ ทำให้ผมต้องรีบไปค้นพระไตรปิฎกแล้วก็ พบว่ามีนรกอยู่ขุมหนึ่ง ที่มีพื้นเป็นเหล็กร้อน สัตว์นรกจะถูกปล่อยเป็นชุด ๆ พวกที่รออยู่จะเห็นว่าพวกที่ถูกปล่อยเข้าไปแล้วร้องรำกันอย่างมีความสุข เพราะฉะนั้นพวกนี้ก็จะคอยให้ถึงคิวของตน เตรียมจะแย่งกันเข้าไป พอนายนิรยบาลปล่อยเท่านั้นแหละ กรูกันเข้าไป เบียดเสียดกันเข้าไป แต่เมื่อเข้าไปแล้วพบว่าพื้นมันร้อน ก็เลยต้องกระโดดเหย็ง ๆ เหมือนที่เราเห็นเขาเต้นที่เรียกว่า เต้นแร้งเต้นกา นั่นแหละ นี่แหละคุณยายอาจารย์ของเรา

            เมื่อวันที่พี่หมอแสนฉลาดท่านหนึ่ง ผู้ที่หลวงพ่อจัดหาทุนให้จ่ายรัฐบาลเพื่อไม่ต้องใช้ทุน จะได้มาบวชเป็นกำลังให้พระพุทธศาสนาจะบวช ผู้ที่เป็นห่วงที่สุดคือ คุณยายอาจารย์ เพราะท่านรู้ดีว่า พี่หมอท่านนี้ไม่เคยล้างห้องน้ำเลย หลวงพ่อทั้งสองใช่ว่าจะไม่ทราบว่า นิสัยใจคอของพี่หมอเป็นอย่างไร แต่ความที่เห็นความเฉลียวฉลาดและคิดว่าธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะกล่อมเกลาจิตใจของพี่หมอได้ และคิดว่าเมื่อมีธงชัยพระอรหันต์ห่อหุ้ม จะทำให้พี่หมอมีสติ ระลึกรู้ว่าหน้าที่ของตนคืออะไร จึงได้อนุญาตให้บวช เพื่อจะได้ ไปศึกษาหาความรู้แบบนักวิชาการเพื่อมาเผยแผ่ต่อไป

            วันที่พี่หมอบวชนั้น คุณยายอาจารย์ได้บอกกับพี่อุบาสกรุ่นเก่าแก่ท่านหนึ่งว่า

            “ คุณคอยดูนะ ขอให้ระวังกัน ต่อไปพระองค์นี้จะนำความเดือดร้อนมาสู่วัด และจะเป็นผู้ที่ใช้เงินเปลืองที่สุด ”

            และแล้วสิ่งที่คุณยายบอกไว้ก็เริ่มปรากฏเมื่อไปอยู่ต่างประเทศ หลวงพี่หมอท่านนี้ ก็ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย เพราะไม่ได้หาเงินเอง จนเป็นที่ระอาแก่ญาติโยม

            วันนี้ อีกหนึ่งสิ่งที่คุณยายอาจารย์พูดไว้ก็เป็นจริงแล้ว ใช่แล้วครับ พี่หมอท่านนี้ กำลังนำความเดือดร้อนมาสู่วัด และไม่เพียงแค่วัดที่เดือดร้อน แม้แต่หลวงพ่อที่ชุบเลี้ยงพี่หมอมาก็ได้รับการแทนคุณโดยการจะเอาท่านเข้าคุกจะจับท่านสึกให้ได้

            เสียดาย…หากคุณยายอาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ ผมคงจะเดินเข้าไปถามท่านว่า

            “ คุณยาย บั้นปลายชีวิตของคนเนรคุณจะเป็นอย่างไร ”

…………………………………………….

ขอบคุณที่มา : http://anacaricamuni.blogspot.com/2016/06/blog-post_7.html

Advertisements