หลักฐานธรรมกายในคัมภีร์พุทธโบราณ (ตอนที่ ๗)

เรื่อง : พระครูวิเทศสุธรรมญาณ วิ. (สุธรรม สุธมฺโม) และคณะนักวิจัย DIRI
จากวารสารอยู่ในบุญฉบับเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๘
     เดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้ ผู้เขียนได้รับเชิญจากเจ้าภาพ คือ ประธานพุทธสมาคมจีนให้เข้าร่วมประชุม World Buddhist Forum ครั้งที่ ๔ ที่เมือง Wu Xi ซึ่งมีผู้แทนองค์กรชาวพุทธถึง ๕๒ ประเทศเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่พุทธบริษัทจะมารวมเป็นหนึ่งเดียว ในช่วงนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้เขียนจะเดินทางไปเมืองซีอานอีกครั้งหนึ่ง ตามที่นัดหมายกับท่านศาสตราจารย์ยูว ยีว์ ผู้มีน้ำใจเป็นกุศล ที่ช่วยนัดให้พบกับท่านเจ้าอาวาส คือพระธรรมาจารย์เจิ้งฉินฝ่าซือ ประธานพุทธสมาคมแห่งมณฑลส่านซี ซึ่งท่านมีเมตตากล่าวชวนให้ไปใหม่อีกครั้ง จะได้เตรียมพระคัมภีร์โบราณที่ทางวัดเก็บรักษาไว้มาให้ชม เพราะช่วงนี้ทางวัดมีงานบุญประจำปี อีกทั้งท่านต้องไปร่วมประชุมกับประธานพุทธสมาคมแต่ละมณฑลทั่วประเทศ อย่างไรก็ดีท่านเจ้าอาวาสเมตตาอนุญาตให้ไปที่ห้องพิเศษ เพื่อสักการะพระธาตุจอมกระหม่อมของพระถังซำจั๋งและคัมภีร์ต้นฉบับจริงที่ท่านนำมาจากอินเดีย จึงนับว่าเป็นบุญวาสนาของพวกเรา และเราเชื่อว่าจะต้องได้ไปเยี่ยมที่นี่อีกอย่างแน่นอน เพื่อทำงานภาคสนาม
ฉบับนี้ ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงเรื่องเส้นทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสืบไป

พระพุทธศาสนาเริ่มเผยแผ่เข้าไปในดินแดนแถบเอเชียกลางในราวพุทธศตวรรษที่ ๖ อาณาจักรและเมืองสำคัญในยุคดังกล่าวตั้งอยู่ริมแอ่งทาริม รอบทะเลทรายตากลามากันบนเส้นทางแพรไหม ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าขายมาแต่โบราณ สถานที่เหล่านี้ ได้แก่ เมืองคิซิลกูชา อาณาจักรทูร์ฟาน บนเส้นทางแพรไหมตอนเหนือ และอาณาจักรโขตาน เมืองนิยะเมืองตุนหวง บนเส้นทางแพรไหมตอนใต้ซึ่งล้วนแต่เป็นแหล่งที่พบพุทธคัมภีร์โบราณ

อาณาจักรโขตานตั้งอยู่ตอนใต้ของแอ่งทาริม เชิงเขาคุนหลุน เป็นโอเอซิสที่ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำยูรุงกาชและการากาช1 จึงได้รับความอุดมสมบูรณ์จากแม่น้ำ ๒ สาย อาณาจักรโขตานเป็นศูนย์กลางสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตั้งแต่เริ่มรับพระพุทธศาสนาในพุทธศตวรรษที่ ๖ อย่างต่อเนื่อง จนถึงราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ พระภิกษุจีนฝาเสี่ยน2 ผู้เคยเดินทางผ่านมา ได้บันทึกไว้ว่า “ประเทศนี้เจริญมั่งคั่งและมากไปด้วยประชากร ประชาชนทั้งหมดเป็นผู้ยึดมั่นเปี่ยมศรัทธาในธรรมะ และมักมีวิธีสันทนาการด้วยบทเพลงทางศาสนาพระสงฆ์ที่นี่มีหลายหมื่นรูป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมหายาน” ความนิยมทางฝ่ายมหายานที่นี่เป็นปรากฏการณ์ตรงข้ามกับเส้นทางแพรไหมตอนเหนือที่นิยมพระพุทธศาสนาสาวกยานมากกว่า สถานที่สำคัญที่ค้นพบคัมภีร์โบราณทางตะวันออกเฉียงเหนือของโขตาน คือตันตันอูอิลิก3 ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการขุดค้นไม่เปิดให้สาธารณชนเข้าไป


แหล่งค้นพบพุทธคัมภีร์โบราณ เส้นทางแพรไหมตอนเหนือ เช่น คิซิล กูชา ทูร์ฟาน
เส้นทางแพรไหมตอนใต้ เช่น โขตาน นิยะ ตุนหวง
ที่มา http://irfu.cea.fr/Sap/Phocea/Vie_des_labos/Ast/ast.php?id_ast=2615
 

พุทธโบราณสถานตันตันอูอิลิกทางตะวันออกเฉียงเหนือของโขตาน
ที่มา http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/6/6c/Ancient_Khotan_BLER2_AKV1_FP246_FIG29.jpg/240px-Ancient_Khotan_BLER2_AKV1_FP246_FIG29.jpg
 


จิตรกรรมพระพุทธเจ้าพุทธโบราณสถานตันตันอูอิลิก โขตาน
ที่มา http://idp.bl.uk/archives/news32/idpnews_32.a4d
 

คัมภีร์สุวรรณประภาสสูตร อักษรพราหมีภาษาโขตาน กระดาษ พุทธศตวรรษที่ ๑๐
ที่มา http://idp.bl.uk/4DCGI/education/symposium/goldenlight/index.a4d
กูชา4 เป็นอาณาจักรพุทธโบราณตั้งอยู่ริมแม่น้ำมูสาท5 บนเส้นทางแพรไหมตอนเหนือพระพุทธศาสนาเริ่มเผยแผ่เข้ามาราวพุทธศตวรรษที่ ๖ กูชาได้เป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในพุทธศตวรรษที่ ๘ อาณาจักรกูชาเป็นบ้านเกิดของพระภิกษุกุมารชีวะผู้มีคุณูปการมหาศาลแก่ประเทศจีนในด้านพระพุทธศาสนา พระภิกษุเสวียนจั้ง6(พระถังซำจั๋ง) ได้เขียนบรรยายถึงอาณาจักรนี้ไว้ว่า “มีอารามกว่าร้อยแห่ง และมีพระสงฆ์กว่าห้าพันรูป ล้วนเป็นหินยานนิกายสรรวาสติวาทซึ่งมีคำสอนและวินัยคล้ายกับทางอินเดีย…มีพระพุทธรูปสูง ๙๐ ฟุต ประดิษฐานอยู่หน้าประตูเมืองด้านตะวันตก”

วัดถ้ำพุทธสถานโบราณคิซิล13 กูชา มณฑลซินเจียง จีน พุทธศตวรรษที่ ๙-๑๓
ที่มา http://mongolschinaandthesilkroad.blogspot.com/2012/04/tocharian-and-tocharians.html
 

จิตรกรรมแสดงอมนุษย์ตามที่ปรากฏในคัมภีร์พุทธศาสนา เช่น เทพ นาค ยักษ์ คนธรรพ์อสุรา ครุฑ กินนร และ มโหราคะ วัดถ้ำพุทธสถานโบราณคิซิล กูชา มณฑลซินเจียง จีน
ที่มา http://www.visitourchina.com/kucha/attraction/kizil-grottos-kizil-thousand-buddha-caves.html
 

ชิ้นส่วนพุทธคัมภีร์โบราณ อักษรพราหมีภาษาโตคาเรียน14 พุทธศตวรรษที่ ๘-๑๓
ที่มา http://mongolschinaandthesilkroad.blogspot.com/2012/04/tocharian-and-tocharians.html
วัดถ้ำพุทธสถานโบราณคิซิลเป็นวัดถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซินเจียง ประกอบด้วยถ้ำเล็กใหญ่ ๒๓๖ ถำ ขุดเจาะเข้าไปในหน้าผายาวกว่า ๒ กิโลเมตร7 จิตรกรรมภายในถ้ำเป็นเรื่องราวชาดกและอวทานของนิกายสรรวาสติวาท จากเนื้อหาในคัมภีร์ที่พบที่กูชา ทำให้ทราบว่าหนึ่งในจิตรกรรมถ้ำที่คิซิลนั้น กษัตริย์ชาวโตคาเรียนทรงพระนามว่า เมนทเร8 มีรับสั่งให้วาดขึ้นภายใต้คำแนะนำของพระเถระชื่ออนันทวรมัน9 โดยฝีมือช่างเขียนชาวอินเดียชื่อนรวาหนทัตตะ10 กับอีกท่านมาจากซีเรียชื่อปรียรัตนะ11 และกษัตริย์โขตานทรงพระนามว่าวิชยวรธนะและมูร์ลิมิน12 ได้ส่งช่างมาเขียนภาพจิตรกรรมไว้ในอีกถ้ำหนึ่งด้วย

บริเวณพุทธโบราณสถาน ถ้ำเบเซกลิก ทูร์ฟานมณฑลซินเจียง จีน พุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘
ที่มา http://www.mygola.com/bezeklikthousand-buddha-caves-p120927
 

จิตรกรรมพระพุทธเจ้าพันพระองค์พุทธโบราณสถานถ้ำเบเซกลิก ทูร์ฟาน มณฑลซินเจียง จีน
ที่มา http://www.bartellonline.com/chinapic.php?i=25600
 

จิตรกรรมแสดงภาพพระภิกษุชาวเอเชียกลางนัยน์ตาสีฟ้า เทศนาสั่งสอนพระภิกษุเอเชียตะวันออกพุทธโบราณสถานถ้ำเบเซกลิก ทูร์ฟาน มณฑลซินเจียง จีนพุทธศตวรรษที่ ๑๕
ที่มา http://www.lankaweb.com/news/items/2012/05/17/temple-discovery-revealsbuddhisms-ancient-spread-to-china-from-india
อาณาจักรทูร์ฟาน15 เป็นพื้นที่โอเอซิสหรือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ในทะเลทรายตากลามากัน ตั้งอยู่บนเส้นทางแพรไหมตอนเหนือมีพื้นที่ ๑๗๐ ตารางกิโลเมตรโดยประมาณอยู่ระหว่างเมืองเจียวเหอและเกาชาง เขตเมืองทูร์ฟานใหม่ในมณฑลซินเจียงของจีน พุทธโบราณสถานที่เหลืออยู่ในปัจจุบันคือวัดถ้ำ     เบเซกลิก16 สร้างขึ้นระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘ พุทธคัมภีร์โบราณของทูร์ฟานปัจจุบันเป็นสมบัติของเบอร์ลินคอลเลกชัน17 พบว่าชิ้นส่วนคัมภีร์พุทธศาสนาที่เก่าที่สุดของที่นี่มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๕ เป็นคัมภีร์ที่สร้างด้วยความประณีตบรรจง โดยใช้หมึกสีแดงเขียนเฉพาะคำว่า “พุทธะ” และ “โพธิสัตวะ”หรือใช้กับคำแรกของคาถาเป็นต้น อักษรที่ใช้จารึกส่วนใหญ่เป็นอักษรอุยกูร์ที่พัฒนามาจากอักษรซอกเดียน มีเพียงส่วนน้อยที่ใช้อักษรทิเบตและพราหมี เนื้อหาในคัมภีร์แปลมาจากภาษาจีน ทิเบต สันสกฤต โตคาเรียนหรือซอกเดียน18 แต่ก็พบคัมภีร์ท้องถิ่นประเภทร้อยกรองและวรรณกรรมของคฤหัสถ์19 เช่นกัน นอกจากนี้ยังพบคัมภีร์ที่พิมพ์จากแม่พิมพ์ไม้อีกด้วย

คัมภีร์สัทธรรมปุณฑริกสูตร อักษรพราหมีภาษาสันสกฤต กระดาษ พุทธศตวรรษที่ ๑๐
ที่มา http://idp.bl.uk/4DCGI/education/comenius/manuscripts.a4d
 

วัดถ้ำพุทธศาสนาโม่เกา ตุนหวงเส้นทางแพรไหมตอนล่าง มณฑลกันซู จีน
ที่มา http://epic-curiousity.com/wp-content/uploads/2014/08/mogao.jpg
 

ภายในวัดถ้ำหมายเลข ๓๒ โม่เกา ตุนหวง มณฑลกันซู จีน
ที่มา https://32minutes.wordpress.com/2013/06/05/mogao-caves/
 

จิตรกรรมเพดานถ้ำแสดงพระพุทธเจ้าหลายพระองค์โม่เกา ตุนหวง มณฑลกันซู จีน
ที่มา http://steppemagazine.com/articles/reviewcaves-dunhuang/
 

คัมภีร์วัชรัจเฉติกสูตร ภาษาจีน กระดาษต้นปอสิ่งพิมพ์ได้จากโม่เกา พุทธศตวรรษที่ ๑๕ ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่หอสมุดบริติช
ที่มา http://www.aardvarknet.info/access/number43/dunhuang2_big.jpg
 

ม้วนคัมภีร์กระดาษ ภาษาจีน จากโม่เกา ตุนหวง มณฑลกันซู จีน พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๔ ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยชิคาโก
ที่มา http://news.lib.uchicago.edu/blog/2012/08/
 

คัมภีร์พุทธศาสนา อักษรพราหมี ถ้ำโม่เกา ตุนหวงมณฑลกันซู จีน ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่หอสมุดบริติช
ที่มา http://farm5.static.flickr.com/4115/4866403781_72778fe2eb_z.jpg
จากการศึกษาเส้นทางการเผยเเผ่นี้ ผู้เขียนและคณะนักวิจัยสถาบันดีรีสรุปได้ว่า ดินแดนของจีนนับเป็นเเหล่งข้อมูลในระดับปฐมภูมิที่มีจำนวนมหาศาล สถาบันดีรีจึงได้จัดบุคลากรและแผนการทำงานวิจัยในภาคสนาม เพื่อสืบค้นคำสอนดั้งเดิม ให้ได้มาซึ่งหลักฐานร่องรอยธรรมกายสืบไป (โปรดติดตามฉบับหน้า)

Advertisements