ปลื้มใจ…ได้ครูดี
————————————-
ก่อนที่อาตมาจะเข้ามาสู่ร่มเงาผ้ากาสาวพัสตร์ แม้เวลานั้นไม่เคยคิดจะบวช แต่มีความสนใจเรื่องของพระธุดงค์และชอบอ่านหนังสือโลกทิพย์ มีความรู้สึกว่า น่าจะเป็นการดีหากเราสามารถรู้ใจใครได้ ใครก็หลอกเราไม่ได้ ยิ่งเรื่องราวของบางรูปที่ท่านได้พบปะวิญญาณร้ายในป่า หรือมีชาวป่ามาลองวิชชา อ่านแล้วก็รู้สึกตื่นเต้น ก็ไม่คิดว่าจะมีพระในเมืองมีความสามารถทำนองนี้

จนกระทั่งอาตมาได้มาบวช และได้กราบหลวงพ่อทั้งสองเป็นประดุจพ่อทางธรรมและเป็นครูบาอาจารย์ สิ่งที่อาตมาได้ยินจากท่านทั้งสองคือ ท่านยืนยันว่าท่านไม่ใช่พระอริยบุคคล ไม่ได้เป็นพระอรหันต์ หรือแม้แต่พระโสดาบันก็ไม่ได้เป็น ต่างจากสิ่งที่บางคนบางพวกพยายามกล่าวร้ายท่าน หาว่าท่านอวดตนเป็นผู้วิเศษ

พระธัมมชโย

แม้ว่าท่านจะบอกว่าท่านไม่ใช่พระอริยบุคคล แต่มีหลายครั้งที่อาตมาเอง ทึ่ง และประหลาดใจว่า ท่านรู้ความคิดของอาตมาได้อย่างไร
มีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่อาตมาและหมู่คณะ ได้มีโอกาสติดตามหลวงพ่อเจ้าอาวาส ไปปฏิบัติธรรมที่ต่างจังหวัด นอกจากการที่พวกเราจะเห็นถึงความรักธรรมะของท่านแล้ว บางครั้งขณะที่เรานั่งกันเงียบ ๆ นั่งกันตัวตั้งทุกคน จู่ ๆ หลวงพ่อท่านก็พูดขึ้นมาเฉย ๆ ว่า

“ อย่าฟุ้งกันนะ เราตัดภาระต่าง ๆ มาแล้ว อย่าเอาเรื่องอะไรให้มาเป็นภาระของใจ ถ้าฟุ้งก็ภาวนาสัมมา อรหังไป หรือฟุ้งมากก็ให้ลืมตา มองไปไกล ๆ พอใจสบาย ค่อยหลับตา ”

อาตมานี่ตัวชาเลย เพราะกำลังฟุ้ง พอเลิกนั่งทุกคนก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่ากำลังฟุ้งเลย ในขณะที่หลวงพ่อทัก

มีอยู่วันหนึ่ง ในช่วงสายวันนั้น อาตมามีความรู้สึกว่า นั่งธรรมะได้ดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา มีความรู้สึกว่า มันโปร่งโล่ง เบากาย เบาใจ เหมือนตัวเองขยายคลุมไปทั้งโลก และมีความรู้สึกเกิดขึ้นมาในใจว่า เพียงแค่เรามีผลจากการปฏิบัติธรรมเพียงนิดหน่อย เรายังมีความสุขปานนี้ อยากให้คนทั้งโลกมีความสุขแบบนี้บ้าง

พอถึงช่วงบ่าย ก่อนที่จะนั่งธรรมะกัน หลวงพ่อได้เล่าปกิณกธรรมให้ฟังเพื่อยกใจให้รักการปฏิบัติธรรม มีอยู่ตอนหนึ่ง ท่านได้พูดถึงพวกที่มีอัธยาศัยของการเผยแผ่ อาตมาจำได้ชัดเจนทั้งคำพูดและแววตาที่หลวงพ่อท่านมองมา คือ เวลานั้นอาตมาจะนั่งอยู่ฝั่งขวามือของหลวงพ่อ ท่านหันมามองหน้าอาตมาแล้วพูดว่า

“ พวกที่มีอัธยาศัยของการเผยแผ่ พวกนี้เมื่อมีผลจากการปฏิบัติธรรมเพียงนิดหน่อยก็จะมีความรู้สึกว่า อยากให้คนทั้งโลก มีความสุขแบบเราบ้าง ”

ความรู้สึกของอาตมาตอนนั้นคือ ตกใจมาก เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะไปเผยแผ่ คิดอย่างเดียวว่า อยากปฏิบัติ อยากอยู่ใกล้หลวงพ่อ ได้นั่งธรรมะตลอดเวลา แต่หลังจากวันนั้นต่อมาอีก ๔ ปี อาตมาก็ถูกส่งตัวไปเผยแผ่ที่ต่างประเทศจนถึงทุกวันนี้

ไม่เพียงเท่านั้น แม้เมื่อมาอยู่ที่ต่างประเทศ ก็ยังพบเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งปลื้ม ทั้งทึ่งในครูบาอาจารย์ ที่ต่างประเทศนี้หลวงพ่อเจ้าอาวาสมอบหมายให้หลวงพ่อรองเจ้าอาวาสเป็นผู้ดูแล ดังนั้นหลวงพ่อรองเจ้าอาวาสท่านจะโทรมาสอบถามเป็นประจำว่า งานไปถึงไหน ติดขัดปัญหาอะไรหรือปล่าว

มีอยู่วันหนึ่ง ขณะที่อาตมาอยู่ที่เท็กซัส หลวงพ่อรองเจ้าอาวาสท่านก็โทรมาตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ ท่านสั่งงานมาเพียบเลย ทำเอาอาตมาจดไม่ทันก็แล้วกัน อาตมาก็นึกในใจว่า หลวงพ่อสั่งงานมาเยอะขนาดนี้ แล้วไม่ให้คนมาช่วยอีก จะไปทำได้ยังไง

532757_529266167120346_107338504_n

เพียงแค่นึกเสร็จเท่านั้น เสียงอันทรงพลังของหลวงพ่อก็สวนความคิดมาทันที แบบไม่เร็วไม่ช้ากันเลยทีเดียว

“ เอ็งอย่าคิดนะ ว่าหลวงพ่อจะส่งคนมาให้ มีปัญญาเอ็งก็หาคนในพื้นที่นั่นแหละให้มาช่วย ”

ทำเอาอาตมาต้องรีบละล่ำละลักบอกไปว่า “ หลวงพ่อครับ แค่คิดก็ไม่ได้หรือครับ ” ท่านก็หัวเราะชอบใจ ไม่พูดอะไรต่อ

นึกถึงเรื่องราวเหล่านี้แล้ว ก็ปลื้มใจแทนพวกเรา ที่ได้เป็นลูกหลวงพ่อ หลานคุณยาย แต่ในขณะเดียวกันก็อดจะสงสารอีกหลาย ๆ คน ที่จ้วงจาบครูบาอาจารย์ของพวกเรา เขาไม่รู้หรอกว่าเขากำลังเอามือไปจับก้อนเหล็กร้อน ซึ่งมีแต่จะเผามือให้ไหม้

พรรษานี้ช่วยกันอธิษฐานจิตให้เขาเป็นสัมมาทิฏฐิกันเถิดนะ …สงสารเขาจริง ๆ

ขอขอบคุณภาพจาก dmc.tv และ google.com
อาสภกันโต ภิกขุ
๑๒ ก.ค. ๕๙

Advertisements